thumnail
3 เพชร! เพชรสวิส เพชรรัสเซีย เพชรอเมริกัน ต่างกันอย่างไร

เครื่องประดับนับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการแต่งตัว โดยเฉพาะเมื่อต้องออกงานสังคมต่างๆ หรือในโอกาสพิเศษ เพชรมักจะเป็นตัวเลือกแรกเสมอเพราะความแวววาวของเพชรและไม่มีสีสามารถเขาได้กับทุกชุด

แต่คุณอาจเป็นคนที่ไม่ได้ออกงานสังคมบ่อยๆ และถ้าต้องซื้อเครื่องประดับราคาแพงสำหรับใส่ไม่กี่งานก็อาจจะไม่คุ้มสักเท่าไหร่ เพชรสวิส จึงเป็นตัวเลือกที่ดีในโอกาสแบบนี้เพราะมีราคาที่ถูกกว่าเพชรแท้มาก แต่คุณภาพใกล้เคียงเพชรแท้เลยทีเดียว สำหรับคนไทยแล้วอาจจะเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างเพราะเป็นชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการในประเทศไทยของเพชร cz หรือเพชรสังเคราะห์ แต่เพชรรัสเซียและ American diamond นั้นคืออะไร เหมือนหรือต่างกันอย่างไร แล้วเพชรสังเคราะห์คืออะไร ต่างจากเพชรแท้มากหรือไม่

เพชรนั้นเป็นอัญมณีที่มีความแข็งมากที่สุดในบรรดาอัญมณีอื่นๆ และมีคุณสมบัติในการหักเหแสงมากจึงทำให้มีความแวววาวมากที่สุดเช่นกัน เพชรจึงถูกนำมาทำเป็นเครื่องประดับอย่างแพร่หลาย แต่กระบวนการผลิตนั้นยากลำบากมาก กว่าจะเจอแหล่งของเพชรและติดต่อขอสัมปทานเหมืองแร่ให้ได้ขุดเพชรขึ้นมาแล้ว เพชรที่ขุดขึ้นมาได้นั้นสามารถใช้ได้จริงเพียง 20% เท่านั้น ทำให้เพชรมีราคาสูงมาก นักวิทยาศาสตร์จึงได้พยายามประดิษฐ์คิดค้นเพชรสังเคราะห์มาทดแทนเพชรแท้ให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน แต่มีราคาที่ย่อมเยาว์กว่า จึงเป็นที่มาของเพชร cz

เพชร cz ย่อมาจาก Cubic zirconia คือ เพชรสังเคราะห์ ไม่มีสี สังเคราะห์จาก zirconium dioxide ที่พบได้ในธรรมชาติในรูปของแร่แบดเดเลย์ไอต์ (baddeleyite) ที่หายากมาก เพชร cz นั้นได้ชื่อว่าเป็นเพชรสังเคราะห์ที่ราคาไม่แพงและยังคงความสวยงามไว้ใกล้เคียงกับเพชรแท้มากที่สุด กระบวนการผลิตเพชร cz นั้นผลิตได้โดยการละลายผง zirconium oxide กับสารให้ความแข็ง เช่น แมกนีเซียมหรือแคลเซียมที่อุณหภูมิ 2750°C หลังจากนั้นนำมาพักให้เพชรแข็งตัวและมีอุณหภูมิลดลง เมื่อเพชรแข็งตัวได้ที่แล้วก็นำมาขัดและเจียระไนได้เลย โดยขั้นตอนอาจจะแตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อยตามเทคนิคพิเศษของบริษัทนั้นๆ และอาจจะมีการใส่แร่บางชนิดให้ได้สีที่แตกต่างกันไปได้อีกด้วย

เพชร cz ถูกคิดค้นเป็นครั้งแรกโดยชาวรัสเซีย ประกอบกับในอดีตเพชรแบบ Russian cut เป็นชื่อของเหลี่ยมเพชรที่เจียระไนในประเทศรัสเซียและยังได้ชื่อว่าเป็นเหลี่ยมเจียระไนที่สวยที่สุดในโลกด้วย เพชร cz ที่ผลิตโดยชาวรัสเซียจึงถูกเรียกว่า เพชรรัสเซีย บางที่อาจจะบอกว่าถูกคิดค้นครั้งแรกโดยชาวเบลเยี่ยมเพราะที่จริงแล้วชาวเบลเยี่ยมเป็นผู้ค้นพบ zirconium dioxide ได้เป็นคนแรกแต่ยังไม่ได้ถูกสังเคระห์เป็นเพชรขึ้นมา อันที่จริงแล้วเพชรสวิสก็คืออีกชื่อหนึ่งของเพชรรัสเซีย นิยมใช้เรียกเพชร cz ในประเทศไทย เมื่อก่อนคนไทยก็เรียกเพชร cz ว่าเพชรรัสเซีย แต่ภายหลังถูกเปลี่ยนเป็นแบบปัจจุบันเพราะฟังดูดีกว่าเพียงเท่านั้นและไม่ได้มีที่มาเกี่ยวข้องกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์แต่อย่างใด แต่ที่มาที่แท้จริงนั้นก็ไม่สามารถทราบได้เช่นกัน คาดว่าน่าจะเป็นการเรียกปากต่อปากจึงไม่มีที่มาชัดเจน ส่วน American diamond นั้น ก็แน่นอนว่าเป็นเพชร cz เช่นกัน และเป็นชื่อที่เรียกในแถบทวีปอเมริกา นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกเพชรczอีกมากมายแล้วแต่ภูมิภาค เช่น เพชรเบลเยี่ยม เป็นต้น แต่บางครั้งชื่อเพชรอาจจะบอกถึงคุณภาพได้ เช่น เพชรอินเดียที่เป็นเพชร cz เช่นกันแต่จะเป็นเกรดที่ต่ำลงมา ราคาก็จะถูกกว่าเพชรรัสเซีย

ถ้าถามกันทางด้านคุณภาพนั้น ด้วยความที่เป็นเพชรสังเคราะห์จึงราคาไม่แพง เหมาะสำหรับเป็นตัวเลือกสำหรับเครื่องประดับทั่วไป แต่ไม่เหมาะสำหรับเครื่องประดับอย่างเช่น แหวนหมั้น หรือ Fine Jewelry เพราะเพชรสวิสไม่สามารถคงความสวยงามไว้ได้ในระยะยาวและมีอายุไม่ยืนยาวและคงทน ขณะสวมใส่ก็ควรดูแลรักษาเป็นอย่างดีด้วย จึงสามารถโดนน้ำได้ แต่จะดีที่สุดถ้าหลีกเลี่ยงการสวมใส่ขณะทำกิจกรรมที่ต้องโดนน้ำ เช่น ล้างจาน อาบน้ำ หรือ ว่ายน้ำ หากสวมใส่ขณะทำกิจกรรมเหล่านี้ เวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่ปีคุณภาพจะลดลง เพราะแร่ธาตุบางชนิดในน้ำอย่างเช่น คลอรีนหรือน้ำเกลือสามารถสร้างความเสียหายได้ แต่ถ้าหากคุณมั่นใจว่าดูแลรักษาเพชรของคุณอย่างดีแล้ว อายุการใช้งานของเพชรสวิสก็จะนานพอตัวทีเดียว ถ้าหากสวมใส่ทุกวันจะมีอายุการใช้งานประมาณ 2-3 ปี แล้วจากนั้นคุณภาพจะค่อยๆ ลดลง แต่ถ้าหากใส่เป็นบางโอกาสเท่านั้นจะสามารถมีอายุได้มากถึง 5 ปีเลยทีเดียว เมื่อเลยอายุการใช้งานไปแล้ว เพชรมักจะมีรอยขีดข่วนและขุ่นขึ้น

จุดประสงค์ในการผลิตขึ้นมานั้นก็เพื่อทดแทนเพชรแท้ในราคาที่ถูกกว่า แต่บางร้านค้าอาจนำข้อดีตรงนี้มาหลอกลูกค้าได้ เพชร cz นั้นคล้ายกับเพชรแท้มากขนาดที่ว่าแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญยังแยกออกยาก แต่ถึงจะบอกว่าเป็นเพชร cz ก็อาจจะเอาเรื่องเกรดมาหลอกกันก็ได้เพราะถึงจะเป็นเพชรสังเคราะห์แต่ก็มีหลายเกรด ถ้าจะแยกเพชรแท้จากแบบสังเคราะห์แล้วจริงๆ ก็ยังมีจุดที่แตกต่างกันอยู่ ที่ชัดเจนที่สุดคือน้ำหนักนั้นหนักกว่าเพชรแท้ถึง 1.75 เท่า ส่วนเรื่องความแข็งเพชรเป็นอัญมณีที่มีความแข็งมากที่สุดในโลก แม้จะสังเคราะห์ขึ้นมาก็ไม่สามารถทำให้มีความแข็งเทียบเท่าได้ พอสังเคราะห์ขึ้นมาจึงมีรอยขีดข่วนได้ง่ายกว่าเพชรแท้ เมื่อเจียระไนก็จะได้เหลี่ยมที่ไม่คมเท่าเพชรแท้ อีกทั้งความแวววาวก็ไม่สามารถสู้เพชรแท้ได้แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม สุดท้ายคือการนำความร้อน เพชรสวิสเป็นฉนวนความร้อนเมื่อเผาไฟก็ไม่ไหม้ แต่ถ้าหากเป็นเพชรแท้จะนำความร้อนได้เป็นอย่างดี จึงควรหลีกเลี่ยงการนำเพชรไปใกล้กับไฟ อาจจะลำบากไปหน่อยถ้าต้องแยกคุณภาพของเพชรออกด้วยตัวเอง จึงควรเลือกร้านที่ไว้ใจได้