เหตผลที่ star sapphire เป็นพลอยแห่งปาฏิหาริย์
เหตผลที่ star sapphire เป็นพลอยแห่งปาฏิหาริย์
พลอยสาแหรก หรือ พลอยดาว (star sapphires) คือ พลอยที่เมื่อถูกแสงแล้วจะเห็นลักษณะเป็นสายกระจายออกจากกึ่งกลาง 6 แฉกคล้ายดาวหรือสาแหรกที่คนในสมัยก่อนใช้หาบข้าวของออกเร่ค้าขายลักษณะเหล่านี้เรียกว่า Asterism มาจากภาษละตินแปลว่าดาว
ลักษณะนี้พบได้เฉพาะในพลอยตระกูลคอรันดัมเท่านั้น อันได้แก่ ทับทิม(Ruby) ไพลิน(Blue Sapphire) เขียวส่อง(Green Sapphires) เป็นต้น เกิดจากการสะสมผลึกเล็กๆของแร่รูไทล์ที่มีความสามารถในการสะท้อนแสงให้พื้นผิวดูมันวาว ซึ่งพลอยสาแหรกที่ดีนั้นเมื่อมองจากด้านบนจุดกึ่งกลางของสาแหรกควรตรงกับจุดกึ่งกลางของพลอยเช่นกัน สายที่แตกแขนงออกไปก็ควรมีความยาวเท่ากันทุกสาย และแต่ละสายต้องสว่างและคมชัด ไม่พร่ามัว เบลอหรือเลือนราง เมื่อส่องกับไฟควรเห็นเป็นสายตรงต่อเนื่องไม่ขาดช่วงหรือเบนเปลี่ยนทิศไป
รูปแบบในการเจียระไนพลอยสาแหรกนั้นสำคัญมากถึงขั้นสามารถกำหนดคุณค่าของพลอยได้เลย เพื่อส่งเสริมลักษณะเด่นของตัวพลอยจึงนิยมเจียระไนเป็นรูปโค้งหลังเต่า หรือ หลังเบี้ย(Cabochon) เพราะพลอยตระกูลคอรันดัมนี้มีการเรียงตัวผลึกแบบหกเหลี่ยม (Hexagonal) ดังนั้นการเจียระไนแบบโค้งมนและลบเหลี่ยมออกอย่างทรงโค้งหลังเต่า หรือ หลังเบี้ยนั้นจะทำให้พลอยสาแหรกแสดงลักษณะที่เป็นสายได้ต่อเนื่องไม่ขาดช่วงทั้งเม็ดและการเจียระไนที่ดีจะต้องกะให้ตัวดาวอยู่กึ่งกลางพลอยจุดที่นูนที่สุด (Crown) พอดี การเจียระไนแบบหลังเบี้ยนับเป็นการเจียระไนแบบแรกของโลก จะนิยมเจียระไนทรงนี้กับพลอยที่คุณภาพต่ำ มีตำหนิหรือขุ่นมัวมาก เมื่อมันพลอยมาขัดผิวพลอยให้มันวาวและได้ทรงแล้วก็จะสวยงามมากขึ้น ส่วนการเจียระไนเป็นรูปทรงที่มีลักษณะเป็นเหลี่ยมจะทำให้แสงหักเหลำแสงของสายบนพลอยสาแหรกออกทำให้สายที่ได้มีลักษณะเบนออกไม่ตรงกันทั้งสายไม่งดงามเท่าแบบหลังเบี้ย อีกทั้งยังเป็นการลดคุณค่าและราคาของพลอยอีกด้วยเพราะยิ่งเจียระไนเหลี่ยมออกจะยิ่งลดขนาดตัวพลอยไปอีก จะสังเกตได้ว่าพลอยที่มีลักษณะพิเศษเช่นมีดาวหรือมีตาแมวอยู่บนพลอยมักจะนิยมนำมาเจียระไนแบบหลังเบี้ยมากกว่า แต่ไม่ใช่ว่าการเจียระไนแบบเหลี่ยมจะลดคุณค่าของพลอยทุกประเภทเสมอไป การเจียระไนแต่ละแบบก็เหมาะกับอัญมณีคนละแบบกันโดยยึดหลักการที่ว่าต้องรักษาเนื้อพลอยให้มากที่สุดและยังคงความสวยงามไว้ เช่น การเจียระไนแบบเหลี่ยมขั้น (Step cut) จะนิยมเจียระไนทรงนี้กับมรกตจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าทรงเหลี่ยมมรกต (Emerald cut) อีกทรงคือแบบเหลี่ยมเกสร(Brilliant cut)ที่จะนิยมในการเจียระไนกับทับทิมและแซฟไฟร์ขนาด 1 กะรัตเพราะจะช่วยสะท้อนและหักเหสีของตัวพลอยออกมาให้ดูสวยอิ่มและสดใส หรือจะใช้วิธีเพิ่มคุณค่าให้กับพลอยสาแหรกวิธีอื่นอีกก็ย่อมได้ เช่น การเผาพลอย จะช่วยให้พลอยมีสีสันชัดเจนและสดใสขึ้นแต่ต้องใช้อุณหภูมิที่พอเหมาะและใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้เผาไหม้แร่รูไทล์ที่ทำให้เกิดดาวนั้นหมดไป
แซฟไฟร์บางชนิดก็มีราคาสูงอยู่แล้ว เช่น ทับทิมและไพลิน แต่บางชนิดก็ไม่ได้มีราคาสูงมากเท่าที่ควรเรียกได้ว่าต่างกันลิบลับ แต่เมื่อแซฟไฟร์นั้นพบว่าเป็นพลอยสาแหรกหรือกล่าวคือเมื่อส่องกับแสงแล้วมีดาว6แฉกอยู่ภายในราคาจะสูงขึ้นมาทันทีเพราะพลอยสาแหรกนั้นหายากมาก แม้การเจียระไนเป็นรูปโค้งหลังเต่า หรือ หลังเบี้ย(Cabochon)จะนิยมใช้ในการเจียระไนพลอยที่มีคุณภาพต่ำแต่ก็ไม่เสมอไป เพราะการเจียระไนพลอยสาแหรกเป็นทรงหลังเบี้ยนั้นไม่ทำให้คุณค่าและราคาของตัวพลอยนั้นลดลงเลย พลอยสาแหรกนั้นสามารถพบได้ในแซฟไฟร์ที่เกือบทุกสีแต่แซฟไฟร์ส่วนใหญ่นั้นมักจะโปร่งแสงทำให้ความสดของสีลดลงจนอาจกลืนไปกับตัวดาวได้และทำให้สังเกตได้ยาก ผู้คนจึงมักมองข้ามไปเพาะไม่ดึงดูดและไม่น่าสนใจมากพอ และนอกจากพลอยสาแหรกจะมีแบบดาว 6 แฉกแล้วยังมีแบบดาว 12 แฉกอีกด้วยแต่หายากมากๆ
พลอยทุกแบบย่อมมีความหมายไม่ด้านใดก็หนึ่งและด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงนิยมนำพลอยไปทำเป็นเครื่องรางประดับกาย ซึ่งแน่นอนว่าพลอยสาแหรกก็มีความหมายเช่นกัน ด้วยความที่พลอยสาแหรกนั้นขึ้นชื่อเรื่องความหายากจึงได้ชื่อว่าเป็นพลอยแห่งปาฏิหาริย์(Stones of Destiny) คนในสมัยก่อนยังเชื่ออีกว่าการที่ดาวบนฟ้ามาปรากฏในพลอยนั้นเปรียบดั่งพระเจ้าประทานพรมาให้แก่เหล่ามนุษยชาติ พลอยสาแหรกจึงมีอีกความหมายคือความศรัทธาในโชคชะตาและความหวัง ส่วนด้านความรักและความสัมพันธ์ สำหรับคนโสดนั้นพลอยสาแหรกจะเป็นเครื่องรางที่ทำให้พบเจอเนื้อคู่ได้ สำหรับคนที่มีคู่ครองแล้วจะหมายถึงความรักที่ลึกซึ้งและช่วยทำให้ผ่านอุปสรรคที่ซับซ้อนได้ ผู้คนจึงนิยมเลือกพลอยชนิดนี้ไปทำเป็นแหวนหมั้น
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้คนเริ่มหันมาสนใจการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นส่งผลให้วงการแฟชั่นและเครื่องประดับได้รับอิทธิพลไปด้วย โดยการออกแบบส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากธรรมชาติทำให้มุ่งเน้นการออกแบบไปในโทนธรรมชาติ(Natural tone)มากขึ้น ไม่ต้องการการปรุงแต่งใดๆให้มากมาย พลอยดิบจากแหล่งพลอยธรรมชาติจึงได้รับความสนใจมากขึ้นรวมทั้งพลอยสาแหรกด้วย และด้วยเหตุผลบางอย่างวัสดุที่มีลักษณะหยาบและโปร่งแสงก็ได้รับความนิยมจากผู้คนในยุคนี้เช่นกัน อาจจะเป็นเพราะความโปร่งแสงนั้นแสดงถึงความบริสุทธิ์ไร้การปรุงแต่งก็เป็นได้ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้พลอยสาแหรกนั้นหายากเข้าไปอีก ครั้งหนึ่งความที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพลอยสาแหรกทำให้ได้รับความสนใจมากถึงขั้นกองถ่ายหนังระดับโลกอย่างฮอลลีวูดต้องการให้มีพลอยสาแหรกอยู่ในเครื่องประดับทุกชนิดที่ใช้ประกอบฉาก