Picture2
ทองคำขาว กับ ทองขาว ต่างกันอย่างไร

หลาย ๆ ท่านอาจจะเคยมีข้อสงสัยว่าทองขาวและทองคำขาวแตกต่างกันอย่างไร แต่บางท่านก็อาจจะไม่เคยสงสัยในเรื่องนี้ เพียงแต่คิดว่ามันก็น่าจะเป็นทองสีขาวเหมือน ๆ กัน แต่รู้แล้วหรือไม่ว่า ทองและทองขาวไม่ใช่สิ่งเดียวกันเลย วันนี้ AVALON จึงจะพาทุกท่านมาคลายข้อสงสัยนี้กัน

คนส่วนใหญ่มักใช้คำเรียกติดปากสำหรับทองที่มีสีขาวว่า ทองคำขาว แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า ตามหลักที่ถูกต้องแล้วนั้น ทองที่มีสีขาวจะต้องถูกเรียกว่า “ทองขาว” ส่วนทองคำขาวนั้นจริง ๆ แล้วคือ “แพลตตินั่ม” นั่นเอง เรามาเริ่มทำความรู้จักกันที่ “ทองขาว” กันก่อนจะดีกว่า โดยทองขาวนั้นมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า “White Gold” ทองขาว คือโลหะผสมกันระหว่างทองคำและโลหะสีขาว เช่น เงิน และแพลเลเดียม ส่วนสัดส่วนปริมาณจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของทองขาว เช่น ทองขาว 18 เค (18K White gold) ก็จะหมายถึงทองคำ 75% รวมกับเงินและแพลเลเดียม (โลหะที่มีสีขาวและสีเงิน) อีก 25%

มาถึงตรงนี้หลายท่านอาจจะมีคำถามว่าแล้วทำไมถึงไม่ใช้ทอง 100% ไปเลยล่ะ? ซึ่งคำตอบก็คือ ทองคำ 100% นั้นมีความอ่อนนุ่มและไม่มีความแข็งแรงพอที่จะประกอบขึ้นเป็นตัวเรือนของแหวนหรือนำไปแปลสภาพเป็นเครื่องประดับอื่น ๆ ได้ จึงทำให้แม้แต่แหวนหรือเครื่องประดับที่ไม่ว่าจะเป็นสีทอง สีชมพู หรือสีขาวก็จะต้องมีแร่ธาตุอื่น ๆ เป็นส่วนผสมเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับโลหะเพิ่มเติม

เคล็ดลับ : 18K White Gold ที่นิยมในประเทศไทย ประกอบไปด้วย ทองคำ 75% รวมกับโลหะชนิดอื่น ๆ อีก 25% สามารถสังเกตเปอร์เซ็นของทองที่นำมาแปรสภาพเป็นเครื่องประดับได้จากตัวเลขบนตัวเรือน เช่น 750 = ทองคำ 75%, 900 = ทองคำ 90% เป็นต้น

มาต่อกันที่ “ทองคำขาว” ทองคำขาวคือ “แพลตตินั่ม” หรือมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า “Platinum”

แพลตตินั่ม คือ ศัพท์ที่เรามักเรียกทับศัพท์ว่าแพลตตินั่มไปเลย ซึ่งจริง ๆ แล้วภาษาไทยของแพลตตินั่มนั่นก็คือ ทองคำขาว แต่อาจจะเป็นเพราะคำว่าทองคำขาว มีคำว่าทองอยู่ เลยมักจะทำให้หลายท่านเกิดความสับสนกันอยู่ไม่น้อย ซึ่งลักษณะของแร่แพลตตินั่มก็เป็นโลหะที่มีโทนสีขาวไปจนถึงเทาอ่อน ๆ จึงมักเกิดความสับสนเข้าใจผิดกับทองขาว แต่ในความเป็นจริงแล้วแพลตตินั่มเป็นแร่ธาตุคนละชนิดกับทองและไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กันเลย

จุดเด่นของแพลตตินั่มคือเป็นแร่ที่มีสีขาวอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องผสมกับธาตุใด ๆ อีก ทั้งยังมีความแข็งแกร่งและความคงทนที่มากกว่าทองมาก รวมไปถึงเป็นโลหะที่คนเกิดอาการแพ้น้อยมาก ๆ จนสามารถเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีคนแพ้เลยก็ว่าได้ ทั้งนี้แพลตตินั่มจะมีน้ำหนักมากกว่าทองขาวอยู่ถึงประมาณครึ่งนึง ทำให้จิวเวลรี่โดยเฉพาะแหวนที่ทำมาจากแพลตตินั่มจะให้น้ำหนักที่มีความหนาแน่นและความรู้สึกที่กระชับมากกว่าทองขาว แหวนที่ทำจากแพลตตินั่มนั้นจะมีความทนทานต่อแรงขีดข่วนได้มากกว่าทองขาวมาก ทำให้แหวนแพลตตินั่มสามารถดูแลได้ง่ายกว่าและเก่าช้ากว่าแหวนทองขาวอีกด้วย

แพลตตินั่มมีจุดเด่นไปแล้ว ก็มักจะมีจุดด้อยประกอบด้วย ซึ่งจุดด้อยของแพลตตินั่มนั้น เนื่องจากแพลตตินั่มไม่ใช่ทอง จึงไม่ได้เป็นที่นิยมมากเท่ากับทองขาวในประเทศไทย นั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มีผู้ผลิตแพลตตินั่มจำนวนไม่มากและหาช่างฝีมือสวยได้ค่อนข้างยาก อีกทั้งยังปรับขนาดได้ยากลำบากจนถึงกับไม่ได้เลย รวมไปถึงไม่สามารถทำแบบจิวเวลรี่ให้มีความอ่อนช้อยมาก ๆ ได้ เนื่องจากคุณสมบัติของแพลตตินั่มเป็นแร่ที่มีความแข็งมากนั่นเอง แพลตตินั่มจึงมักจะถูกนำมาทำจิวเวลรี่ที่มีดีไซน์ไม่หวือหวามากจนเกินไป รวมไปถึงจิวเวลรี่ที่ต้องการความทนทาน เช่น แหวนสำหรับผู้ชาย เป็นต้น

ราคาของแพลตตินั่ม

ในสมัยก่อน แพลตตินั่มจะมีราคาที่สูงกว่าทองขาวค่อนข้างมากเลยทีเดียว จึงทำให้จิวเวลรี่ที่ทำจากแพลตตินั่มมีราคาที่สูงเมื่อเทียบกับหน้าตาที่มองผิวเผินแล้วนั้นก็ไม่ต่างจากทองขาวมากนัก แต่ในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมานี้เอง ราคาทองมีการปรับตัวขึ้นสูงมาก ในขณะเดียวกันนั้นแพลตตินั่มกลับมี

ราคาที่อ่อนตัวลงมาค่อนข้างมาก ทำให้ ณ ปัจจุบันนี้ แพลตตินั่มและทองขาวมีราคาที่ใกล้เคียงกันขึ้น จึงเป็นเหตุผลให้จิวเวลรี่ที่ทำจากแพลตตินั่มกลับมามีความน่าสนใจอีกครั้งหนึ่ง

กล่าวโดยสรุปแล้ว ทองขาวและทองคำขาวคือแร่ธาตุคนละชนิดกัน แต่มีหน้าตาที่คล้ายคลึงกันมาก หากแต่จะต่างกันที่คุณสมบัติและความเหมาะสมของการใช้งาน ดังนั้นท่านจึงควรที่จะเลือกซื้อเครื่องประดับให้เหมาะสมแก่ความต้องการใช้งานกับตัวเองโดยคำนึงถึงการใช้งานในชีวิตประจำวันและไลฟ์สไตล์วิถีชีวิตของท่านนั่นเอง

แพลทตินัมกับทองคำขาวต่างกันอย่างไร? ทำไมราคาถึงต่างกันมาก?

หลาย ๆ ท่านอาจจะมองไม่เห็นความแตกต่างระหว่างแพลทตินัมกับทองคำขาว เมื่อเห็นเครื่องประดับสีเงินเทาผ่านตาเป็นครั้งแรก แล้วถ้าหากยิ่งผ่านการชุบมาแล้ว ก็จะแยกกันไม่ออกโดยใช้ตาของเรามองเลย แต่จะรู้สึกได้ด้วยน้ำหนักที่แตกต่างกันมาก เนื่องจากโลหะมีค่าทั้งสองชนิดนี้มีรูปลักษณ์และสีสันที่ใกล้เคียงกันมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นกลับมีสิ่งที่ทำให้ทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนื้ ซึ่งก็คือ

1. ราคาแพลทตินัมจะมีราคาที่สูงกว่าทองคำ

2. น้ำหนักแพลทตินัมมีความหนักกว่าทองคำขาว อย่างเช่นในแหวนที่มีขนาดเท่ากัน ทุก ๆ อย่างเหมือนกัน แหวนแพลทตินัมจะมีน้ำหนักที่หนักกว่า ความถ่วงจำเพาะแหวนแพลตินัมจะอยู่ระหว่าง 4 ถึง 4.5 แต่ในขณะที่แหวนทองจะเท่ากับ 3

3. ความทนทานของแพลทตินัมจะทนทานและแข็งแรงกว่าทองคำขาว รวมถึงเกิดรอยขีดข่วนได้ยากกว่า ดังนั้นแพลทตินัมจึงจะสามารถคงความสวยงามไว้ได้ยาวนานกว่าทองคำขาว ทำให้ไม่ต้องนำไปชุบบ่อยเท่ากับทองคำขาว

4. สีเมื่อไม่ได้มีการเคลือบด้วยโรเดียมของทองคำขาวจะมีสีขาวจนออกเหลืองนิดหน่อย แต่ในขณะที่แพลทตินัมจะมีสีขาวเงินไปเลยและมีความมันวาวได้ด้วยตัวของแพตตินัมเอง ซึ่งในขณะที่ทองคำขาวจะไม่มีคุณสมบัตินี้เกิดขึ้น ทำให้ต้องนำไปเคลือบด้วยโรเดียมหรือทองคำขาวเสมอ เพื่อทำให้ได้สีขาวที่ไม่ติดเฉดสีเหลืองและช่วยเพิ่มความเงา (เพราะตัวทองคำขาวเองไม่มีความเงา) เมื่อสวมใส่ไปประมาณ 1 ปี โรเดียมที่เคลือบอยู่ก็จะหมดไป ทำให้ทองคำขาวนั้นมีสีหมองลง แต่ท่านก็สามารถที่จะนำทองคำขาวนั้นไปล้างและชุบ (โรเดียม) ใหม่ได้

แพลทตินัม 90% (มีสัญลักษณ์ประทับ PT900) ส่วนใหญ่จะผสมกับอิริเดียมหรือพาลาเดียม 10% ซึ่งจะทำให้สีของแพลทตินัม 900 นั้นมีสีขาวและมีความมันวาวมากขึ้น (สีจะเหมือนกับทองคำขาวที่ผสมด้วยโรเดียม) ซึ่งถ้าหากนำภาพของทั้งแพลทตินัมและทองคำขาวก่อนขึ้นเป็นตัวเรือนแหวนแพลทตินัมหรือแหวนทองคำขาวมาเปรียบเทียบดูโดยให้สังเกตความมันวาวของโลหะ ท่านจะสามารถมองเห็นได้ชัดเจนเลยว่าเนื้อของแพลทตินัมจะมีความหนาแน่นที่มากกว่า ด้วยเหตุผลนี้นี่เองที่ทำให้แพลทตินัมมีความทนทานมากกว่าทองคำขาวเยอะมาก

ในการทำเครื่องประดับส่วนมาก ทองคำขาวสามารถนำมาใช้เป็นโลหะมีค่าในการขึ้นตัวเรือนได้ดีเท่ากับแพลทตินัม แต่ในแบบที่นุ่มนวลอ่อนช้อยกว่าแล้วนั้น ช่างทำเครื่องประดับมักเลือกทำทองคำขาวมากกว่าเพราะว่ามันไม่แข็งเท่าแพลทตินัม

เมื่อพูดถึงความสวยความงามแล้วนั้น จึงขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของแต่ละบุคคล แพลทตินัมจะทำให้เครื่องประดับมีน้ำหนักที่หนักกว่า มีราคาสูงกว่า และมีความทนทานที่มากกว่าในการใช้งาน

ความหนาแน่น

เราจะต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่าโลหะต่าง ๆ มีค่าความหนาแน่นต่างกัน เช่นแหวนทอง 18K จะมีความหนาแน่น มากกว่า แหวนทอง14K ซึ่งแหวนแพลทตินัมจะมีความหนาแน่นมากที่สุด หากถามว่าแล้วสิ่งนี้มีผลอย่างไรกับลูกค้า นั่นก็คือการใส่แหวนแพลทตินัมแล้วจะทำให้ใส่ได้นานกว่า เป็นรอยยากกว่า ไม่ต้องชุบบ่อย แล้วในงานที่เน้นความวาวของเครื่องประดับ แพลตินัมจะสามารถตอบโจทย์ตรงเรื่องนี้ได้ดีกว่า และที่สำคัญที่สุดคือไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เพราะแพลทตินัมเป็นโลหะที่พบคนแพ้ได้น้อยมาก ส่วนผลต่อช่างผู้ผลิต แพลตินัมจะแข็งกว่า ช่างจะทำงานยากกว่า ที่กว่าจะได้แต่ละวงมา สมมติว่าเวลา 1 ชั่วโมง ช่างใช้เวลาขัดแหวนทองคำขาวได้ 30 วง แต่หากเป็นแหวนแพลตตินัท อาจได้แค่ประมาณ 10-15 วง ซึ่งนี่เป็นเพียงแค่ 1 ขั้นตอนจาก 12 ขั้นตอนเวลาที่เราใช้ผลิตแหวนทองคำขาวหรือแหวนแพลตตินัมเท่านั้น

อุณหภูมิในการหลอมเหลว

แพลทตินัมมีอุณหภูมิในการหลอมเหลวสูงกว่า ทองคำขาว 1000-1200 องศาเซลเซียส แต่แพลทตินัมใช้อุณหภูมิในการหลอมเหลว 1700-1800 องศาเซลเซียส เพราะฉะนั้นจะหล่อยากกว่ามาก เครื่องหรืออุปกรณ์ต้องมีสมรรถนะที่ดีกว่า เวลาแหวนแพลทตินัมหล่อมามีรู ช่างจะซ่อมงานได้ยากกว่า เปรียบเทียบให้เข้าใจได้ง่าย ๆ คือ สมมติแหวนแพลทตินัมเป็นแผ่นกระจก แล้วเกิดมีรูที่กระจก ท่านจะหลอมกระจกแล้วเอามาหยอดลงรูได้ไหมกับแหวนทองคำขาวเปรียบเป็นแผ่นอะคลิลิค ท่านจะสามารถนำเอาไฟแช็คมาหลอมอะคลิลิคแล้วหยอดปิดรูแล้วเก็บด้วยกระดาษทรายให้เรียบ จากนั้นก็ขัดให้เงาได้ และนี่ก็คือความแตกต่างบางส่วนที่ว่าทำไมช่างมักไม่อยากรับทำเครื่องประดับแพลทตินัม

ต่อมาก็คือหัวใจหลักที่ทำให้แหวนแพลทตินัมแพงกว่าทองคำขาวอย่างมาก ทั้ง ๆ ที่ราคาโลหะสองตัว ไม่ได้ห่างกันมากขนาดนั้น แต่พอกลายมาเป็นแหวน จี้ ต่างหู แพลทตินัมแล้ว ราคาของมันต่างกับแหวน จี้ ต่างหูทองคำขาวมากนัก ในการผลิตเครื่องประดับต่าง ๆ มันจะมีความสูญเสียโลหะไปในขบวนการผลิต เวลาทำแหวนแพลทตินัมเราก็จะเสียเนื้อแพลทตินัมไปบางส่วน ทำแหวนทองคำขาวก็เสียไปบางส่วนเหมือนกัน แต่ที่ต่างกันคือบางส่วนของการสูญเสียเราได้เป็นผงแพลทตินัมกับผงทองคำขาวมา ซึ่งเราสามารถนำมาสกัดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ แต่ต้องมีจำนวนขั้นต่ำ ไม่น้อยกว่า 30 กรัม ถึงจะคุ้มแต่พอเป็นแพลทตินัม ซึ่งเหตุผลก็คือ

1. เมืองไทยคนไม่นิยม เลยได้จำนวนในการสกัดเพื่อนำกลับมาใช่น้อยทำให้ไม่ค่อยมีคนรับสกัดแพลทตินัมมากเท่ากับสกัดทอง รวมถึงขั้นตอนต่าง ๆ ยากกว่า

2. อุณหภูมิในการหลอมและสกัดสูงมาก ใช้ความร้อนมาก จึงเป็นอุปสรรคของช่างที่จะใช้เวลาหลอมกันในแต่ละที เพราะฉะนั้นความสูญเสียแพลทตินัมไปนั้น ช่างมักจะตีราคาสูงสุด ต่างจากทองคำขาวเพราะช่างจะตีราคาว่าผงของทองคำขาวสามารถนำกลับมาใช้ได้อีก เลยเป็นเหตุส่วนหนึ่งที่แหวนแพลทตินัมมีราคาสูงกว่าทองคำขาวมาก

สิ่งสำคัญที่ลูกค้าควรรู้เกี่ยวกับเครื่องประดับแพลทตินัมอีกเรื่อง คือแพลทตินัมมีอยู่กี่ % บ้าง โดยสามารถแยกประเภทเช่นเดียวกับแหวนทองทั่วไป โดยมาตรฐานแล้วเรามักนิยมใช้ตัวเลขตรง ๆ ใช้เป็นตัวบอก % ของเเพลทตินัม อาทิเช่น

  • PT950 : คือมีแพลทตินัมประกอบอยู่ 95% เท่ากับแหวนแพลทตินัมวงนี้มีราคาสูงสุด
  • PT900 : คือมีแพลทตินัมประกอบอยู่ 90%
  • PT850 : คือมีแพลทตินัมประกอบอยู่ 85%
  • PT650: คือมีแพลทตินัมประกอบอยู่ 65%
  • เครื่องประดับแพลทินัมมาจากไหน ทำมาจากอะไร

    แหวนแพลทินัมทำมาจากแร่แพลทินัมที่เกิดมาจากใต้พื้นดินตามธรรมชาติทั่วไป แต่จะสามารถพบได้ยากกว่าทองคำและพบได้ในประเทศรัสเซีย แอฟริกาใต้และแถวซิมบับเวย์ ซึ่งส่วนใหญ่มักขุดเจอพร้อม ๆ กันกับเพชร

    ทำไมจึงจำเป็นที่จะต้องซื้อเครื่องประดับที่ทำมาจากแพลทินัม

    1. เครื่องประดับแพลทินัมมีความบริสุทธิ์มาก ความบริสุทธิ์ของแร่แพลทินัมเป็นที่ทราบกันดีในวงการผลิตเครื่องมือต่าง ๆ เพราะนอกจากจะทำเป็นเครื่องฟอกไอเสียที่ช่วยควบคุมมลพิษได้แล้ว ยังนำมาอุดฟันได้ด้วย เพราะฉะนั้นจึงมีโอกาสน้อยมากเลยที่เครื่องประดับที่ทำมาจากแพลทินัมจะก่อความระคายเคืองให้ผิว เพราะแหวนแพลทินัม1 วงต้องใช้แร่แพลทินัมบริสุทธิ์สูงถึง 90% – 95% และอีก 5% – 10% ที่เหลือมักเป็นโลหะมีค่า(precious metal) เช่น อิริเดียม, รูทีเนียม หรือ โคบอลต์ อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นต้น

    2. เครื่องประดับแพลทินัมหาได้ยากมาก แพลทินัมเป็นแร่ที่หายากกว่าทองคำถึง30 เท่า พูดให้ชัดคือหากนำทองทั้งหมดที่ขุดพบมาหลอมละลายเทลงสระว่ายน้ำระดับโอลิมปิก จะได้สระทองคำ 3 สระเต็ม ๆ แต่ถ้านำแพลทินัมทั้งหมดที่ขุดพบมาละลายลงสระ จะเติมสระได้เพียงเกือบถึงตาตุ่มเท่านั้น และสาเหตุที่หายาก เป็นเพราะความต้องการในอุตสาหกรรมอื่น ๆ นอกเหนือจากจิวเวอรี่ มีค่อนข้างสูง ในขณะเดียวกันจะต้องใช้แพลทินัมมากถึง 10 ตัน เพื่อผลิตแพลทินัมเพียง1 ออนซ์เท่านั้น

    3. เครื่องประดับแพลทินัมมีความทนทานมาก แหวนแพลทินัมไม่มีวันที่จะถูกกัดกร่อนและจะคงสภาพสีขาวดังเดิมไว้ตลอดไม่ลอกหลุดเหมือนแหวนทองคำขาว แต่ว่าแหวนแพลทินัมจะทนต่อรอยขีดข่วนบนพื้นผิว (Hardness) ได้น้อยกว่าแหวนทองคำขาว เพราะว่าแหวนแพลทินัมต้องทำมาจากแร่บริสุทธิ์สูงถึง 95% จึงมีเพียง 2% – 5% เท่านั้นที่เป็นโลหะชนิดอื่นที่ช่วยให้แหวนมีความแข็งมากขึ้น ซึ่งรอยดังกล่าวเรียกว่าพาทิน่า (Patina) อย่างไรก็ตามรอยพาทิน่าที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การขูดเนื้อแพลทินัมออกไปให้เสียน้ำหนักเหมือนทองคำ เพียงแต่รอยนี้จะทำให้แหวนไม่เงางามและมีรอยขีดข่วนจนดูเหมือนแหวนเก่า แต่ยังคงความขาวเอาไว้ซึ่งบางท่านอาจมองว่ารอยนี้เป็นเสน่ห์ของแหวนแพลทินัม เปรียบเสมือนของสะสมที่มีเรื่องราวโดยรอยนี้สามารถขัดเงาเพื่อคืนสภาพได้และใช้เวลาร่วมปีกว่าจึงจะเห็นรอยดังกล่าว

    4. เครื่องประดับแพลทินัมมีความแข็งแรงมั่นคงมาก ถึงแม้เพชรจะมีค่าความแข็งมากที่สุดในบรรดาแร่ทั้งหมด แต่เพชรทนต่อแรงกระแทกได้ในระดับปานกลางเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าเพชรหลุดร่วงจากหนามเตยที่ประคองเพชรไว้บนแหวนอาจมีสิทธิที่จะบิ่นหรือแตกออกเป็นสองเสี่ยงได้ ซึ่งแหวนแพลทินัมจะช่วยยึดเกาะและปกป้องเพชรได้ดีมากที่สุดในบรรดาแหวนทั้งหมด เพราะแพลทินัมทนทานต่อการกัดกร่อนหรือการเกิดสนิมได้มากที่สุด

    ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องประดับที่ทำมาจากแพลทินัมจะมีราคาสูงกว่าเครื่องประดับที่ทำมาจากทองคำและทองคำขาวค่อนข้างมากนั่นเอง

    การดูแลรักษาเครื่องประดับแพลทินัม

    ควรเก็บเครื่องประดับแพลทินัมแยกกับจิวเวอรี่ชิ้นอื่นในกล่องเก็บจิวเวอรี่ หรือถุงผ้าชามัวร์เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน ในขณะที่วิธีการทำความสะอาดไม่แตกต่างจากแหวนชนิดอื่น คือการนำน้ำยาล้างจานฤทธิ์อ่อนผสมน้ำอุ่น แล้วแช่แหวนทิ้งไว้ซักครู่ และนำแปรงขนนุ่มมาขัดถูเบา ๆ บริเวณหนามเตย และร่องต่าง ๆ จากนั้นล้างด้วยน้ำอุ่น แล้วเช็ดด้วยผ้าขนหนูนุ่ม ๆ อย่างไรก็ตาม แพลทินัมเป็นแร่ที่มีสีขาวในตัวเอง จึงไม่จำเป็นต้องชุบเหมือนแหวนทองคำขาว แต่สามารถให้ร้านจิวเวอรี่ชุบเพื่อเพิ่มความเงางามได้ตามต้องการ

    สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องประดับแพลทินัม

    แหวนแพลทินัมทุกวงที่เลือกซื้อจะต้องมีตราประทับเป็นอักษร “Pt950” หรือ “Pt900” เพื่อบ่งบอกว่าเป็นแหวนแพลทินัมบริสุทธิ์ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากซื้อขายในอเมริกาจะต้องเป็นแบบ “Pt950” เท่านั้น โดยเกรดของแหวนแพลทินัมมักจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่

    1. Pt950/Iridium

    2. Pt950/Ruthrnium

    3. Pt950/Cobalt

    ซึ่งแร่โลหะอิริเดียม (Iridium) และโลหะรูทีเนียม (Ruthrnium) จัดเป็นแร่ในกลุ่มเดียวกันกับแพลทินัม จึงสามารถเรียกได้ว่าแหวนแพลทินัมวงดังกล่าวเป็นแหวนแพลทินัมบริสุทธิ์ 100% (100% precious) อย่างไรก็ตามหากพูดถึงโลหะที่ดีที่สุดสำหรับแหวนแพลทินัม กลับกลายเป็นโคบอลต์ (Cobalt) หรือ Pt950/Cobalt เพราะมีความแข็งแรงและทนทานมากที่สุด ซึ่งสีที่ได้ก็มีความสว่างที่สุดเช่นกัน โดยในขณะที่แหวนแพลมทินัม Pt950/Ruthrnium มีความทนทานสูงแต่ไม่เทียบเท่าโคบอลต์และเกือบจะต้านทานรอยขีดข่วนได้ แต่แหวนแพลทินัมที่ผสมรูทีเนียมจะมีความเงางามสูงจนสะท้อนกลับเกือบคล้ายกระจก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความแวววาว อย่างไรก็ตามแหวนที่นิยมขายในท้องตลาดคือแหวนแพลทินัม Pt950/Iridium ซึ่งเป็นโลหะที่อ่อนนุ่มกว่าจึงเกิดรอยสึกหรอและหลุมได้ง่ายกว่า โดยสีมักหม่นลงไปเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่สวมใส่

    ทั้งนี้ในบรรดาแหวนทั้งหมด แหวนแพลทินัมยังคงครองตำแหน่งแหวนที่แข็งแรงทนทานมากที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าท่านต้องการให้มีแหวนประจำตระกูลส่งต่อให้กับลูกและหลาน การเลือกซื้อแหวนแพลทินัมเป็นแหวนหมั้นหรือแหวนแต่งงานก็ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผล ถึงแม้ว่าราคาจะสูงกว่าแหวนทองคำขาว แต่ถ้าหากพูดถึงความทนทานในการใช้งาน แหวนแพลทินัมนั้นจะอยู่กับท่านไปได้ตลอดทั้งชีวิตโดยที่ไม่บุบสลายไป

    AVALON หวังว่าบทความนี้คงจะทำให้ลูกค้าพอที่จะเข้าใจความแตกต่างและเลือกเครื่องประดับที่เมื่อได้ทราบข้อเปรียบเทียบระหว่างแพลทตินัมกับทองคำขาวที่ต่างก็มีทั้งข้อดีข้อเสียในตัวแต่ละอย่างแตกต่างกันไป ก็สามารถนำความรู้นี้เพื่อไปเป็นแนวในการตัดสินใจเลือกเครื่องประดับต่อไปได้