11 รูปทรงพลอย
อัญมณีรูปทรงต่างๆ หลังจากผ่านการเจียระไนแล้ว
1. รูปทรงกลมเหลี่ยมเกสร (Round Brilliant) ถือเป็นรูปทรงที่นิยมกันมากที่สุด โดยการเจียระไนแบบเหลี่ยมเกสรจะทำให้เพชรแลดูมีเหลี่ยมมุม ประกายแวววาวในมุมต่างๆ โดยมี 57 หรือ 58 เหลี่ยม ทำให้รูปทรง Round Brilliant Cut เป็นรูปทรงเพชรที่สวยงามที่สุด และได้รับความนิยมมากที่สุด โดยแบ่งเป็น crown (top), girdle และ pavilion (base) เป็นรูปทรงที่มั่นใจได้ว่าจะให้การสะท้อนแวววาวเป็นที่สุด จึงถือเป็นเพชรที่มีรูปทรงแบบมาตรฐาน อีกทั้งยังสะท้อนถึงความต่อเนื่องอันเป็นนิรันดร์ จึงถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของแหวนหมั้นและแหวนแต่งงาน
2. รูปทรงสี่เหลี่ยมมรกต (Emerald Cut) เป็นเพชรหน้าสี่เหลี่ยม จัตตุรัสที่เจียระไนตัดมุมทั้งสี่ด้านโดยเจียระไนด้านข้างเป็นขั้นบันได ซึ่งการเจียระไนแบบ emerald จะมีราคาค่อนข้างสูงในเพชรเพราะมีรูปทรงที่สวยงาม และหน้า Table จะดูกว้าง ทำให้ดูดียิ่งขึ้นอีก จุดเด่นของเพชรรูปทรงนี้คือเป็นเพชรที่เกิดขึ้นพร้อมกับศิลปะ art deco โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการเจียระไนมรกต
3. รูปทรงบาร์เกต (Baguette Cut) รูปทรง Baguette หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า นีออน (Neon) เป็นเพชรรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตระกูลเดียวกับ Emerald จะแตกต่างกันที่เหลี่ยมของเพชรที่ถูกเจียระไนมีน้อยกว่า ความสวยงามเล่นไฟ จึงน้อยกว่าเพชรทั่วไป
4. รูปทรงจตุรัส (Princess Cut) รูปทรงจตุรัส หรือนิยมเรียกกันว่า ทรงปริ๊นเซสส์ (Princess) เป็นการเจียระไนรูปแบบใหม่ที่ให้หน้าเพชรสะท้อนแสง รูปทรงที่มีเหลี่ยมเพชรที่มองดูแล้วคม และด้วยความเรียบของเส้นขอบที่สามารถเชื่อมต่อกับตัวเรือนได้สนิท สะท้อนความมีรูปแบบกฎเกณฑ์ เหมาะกับนิ้วที่เรียวยาว ขณะที่สวมใส่เป็นแหวนเม็ดเดี่ยว เพชรนั้นจะสะท้อนเแสงไฟที่สวยงามออกมาให้เห็น
5. รูปทรงกลมเหลี่ยมขั้นบันได (Asscher Cut) ถือเป็นการเจียระไนดัดแปลงจากรูปทรงสี่เหลี่ยมมรกต โดยรูปลักษณ์จะมีหน้า Table เล็กลง มี Crown ที่สูงขึ้น มี pavilion ที่ลึกขึ้น และตัดมุม ในส่วนของการเปล่งประกายก็ต้องถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับการเจียระไนในรูปทรงกลมเหลี่ยมเกสร วิธีเจียระไนแบบ Asscher เป็นการเจียระไนให้ได้หน้าตัดของเพชรเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่กว้างถึง 72 หน้า และมีหน้าตัดที่ลาดลงลึกตามขอบมุมของเพชร
6. รูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส (Radiant Cut) เหลี่ยมขั้นบันใดเป็นการเจียระไนที่ผสมผสานระหว่างรูปทรงเหลี่ยมมรกตกับรูปทรงกลมเหลี่ยมเกสร ทำให้มีหน้าเพชรเจียระไนถึง 70 เหลี่ยม นั่นย่อมจะทำให้เพชรมีการสะท้อนของสีได้สูงที่สุด
7. รูปทรงหมอน (Cushion Shaped) เป็นที่นิยมมาก ถ้าหากดูเผินๆ อาจคล้ายรูปทรงสี่เหลี่ยมและสัดส่วน ดูแล้วเกือบจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสก็ตาม แต่ที่เรียกว่ารูปทรงหมอนเพราะการเจียระไนจะมี culet ที่ตัดปลายเมื่อดูหน้าตัดจะเห็นเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่มีมุมทั้งสี่ด้านมนๆ ซึ่งดูแล้วคล้ายหมอนใบหนึ่ง หน้าตัดการเจียระไนทำให้เพชรมีความลึกมากขึ้น
8. รูปทรงหยดน้ำ (Pear Shaped) เป็นการเจียระไนที่นำเอาจุดที่ดีที่สุดของการเจียระไนของรูปทรงไข่และรูปทรงมาคีส์มาผสมผสานกัน รูปทรงจึงดูเหมือนการประกายของหยดน้ำตา ในแง่ของรสนิยมโดยทั่วไปกับเพชรรูปทรงหยดน้ำขนาดที่เหมาะสมที่สุดจะเป็นอัตราส่วนระหว่างความยาวกับความกว้างควรอยู่ระหว่าง 1.45 ถึง 1.75. cm เพราะถูกจัดว่าเป็นเพชรที่มีรูปทรงที่เรียบ ๆ แต่สามารถจัดเข้ากับตัวเรือนได้อย่างง่าย ๆ จึงสะท้อนถึงความมีอิสระ
9. รูปทรงหัวใจ (Heart Shaped) เป็นรูปทรงเชิงสัญลักษณ์ของความรักที่สรรค์สร้างจากรูปทรงหยดน้ำ โดยจะเจียระไนแต่งเติมที่บนยอดด้านบนของหยดน้ำให้เป็นรอยเว้าที่ทำให้เกิดเป็นรูปหัวใจ ซึ่งช่างเจียระไนต้องคำนวณให้แม่นยำจึงทำให้ได้รูปทรงหัวใจที่ได้สัดส่วนสวยงาม ถือว่าเป็นเพชรที่มีค่าเจียระไนสูงในกลุ่มเพชรรูปแบบแฟนซี
10. รูปทรงรูปไข่ (Oval Shaped) รูปทรงนี้นิยมใช้กับพลอยเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาถูกนำมาพัฒนาเทคนิคการเจียระไนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ถือเป็นรูปทรงที่สะท้อนถึงความสง่างาม ความสุภาพ ดูเรียบหรู มีลักษณะสมมาตรที่งดงามและเป็นที่นิยมของสุภาพสตรีอย่างมาก ความยาวรีของรูปทรงเพชรจะทำให้ดูสวยงดงามมาก ยิ่งเวลานำมาทำเป็นเครื่องประดับโดยเฉพาะกับแหวนที่ทำให้นิ้วดูเรียวยาวขึ้น
11. รูปทรงมาคีส์ (Marquise Shaped) เพชรรูปทรงมาคีส์จะเป็นทรงที่มีมุมแหลมทั้ง 2 ด้าน เป็นเพชรที่มีรูปทรงที่มีความเก๋ไก๋และแปลกตาออกไปกว่ารูปทรงแบบอื่น ซึ่งเพชรรูปทรงมาคีส์นี้เป็นรูปแบบที่เหมาะกับสุภาพสตรี เนื่องจากสะท้อนได้ถึงความคิดสร้างสรรค์ และจะเปล่งประกายสวยงามทำให้ได้รับความนิยมมากเช่นกัน โดยไม่ว่าจะเป็นรูปทรงการเจียระไนอัญมณีในรูปแบบแบบไหนก็ตาม แต่ละรูปทรงจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและทำให้ได้มาซึ่งอัญมณีที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น จึงสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและแสดงให้เห็นถึงความงดงามที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงสะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมและความชื่นชอบของแต่ละบุคคล ที่เลือกรูปทรงของอัญมณีนั้น ๆ ที่ได้จากการเจียระไนออกมาอีกด้วย