Picture1

การเลือกเครื่องประดับดี ๆ สักชิ้นมีรายละเอียดมากมาย ทั้งดีไซส์ อัญมณีประดับ โลหะที่ใช้ทำตัวเรือน โลหะที่ใช้ทำเครื่องประดับมีหลากหลายประเภท หลากหลายราคาที่มีราคาสูงและเป็นที่นิยมก็คือเงินและทอง อันที่จริงแล้วเงินและทองไม่ได้แตกต่างกันแค่สีและราคาเท่านั้น ยังมีความแตกต่างกันในอีกหลาย ๆ เรื่อง มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องประดับที่ควรรู้


1.ความบริสุทธิ์และการตีตราประทับ

โดยปกติแล้วเครื่องประดับที่ทำจากเงินและทองจะมีการผสมโลหะอื่นเพื่อเพิ่มความคงทน และจะประดับตราเพื่อการันตีคุณภาพและบ่งบอกความบริสุทธิ์หรือก็คืออัตราส่วนของทองและเงิน โดยตราสัญลักษณ์ที่บอกค่าความบริสุทธิ์ของโลหะทั้งสองชนิดก็มีการใช้หน่วยที่ต่างกันออกไป


ตราประทับของทอง ทองเคคืออะไรกันแน่?

โดยทั่วไปทองจะใช้หน่วยกะรัต(karat)ในการบอกความบริสุทธิ์999.9% หน่วยกะรัตบอกถึงอัตราส่วนของทองคำต่อโลหะผสมด้วยอัตรา24ส่วน เรามักจะเห็นเครื่องประดับทองตีตราโดยสัญลักษณ์ 14k 18k 22k หมายความว่าเครื่องประดับนั้น ๆ มีส่วนผสมของทอง 14 ส่วนต่อ 24 มีค่าเท่ากับทอง 14K ,ส่วนผสมของทอง 18 ส่วนต่อ 24 มีค่าเท่ากับทอง 18K, ส่วนผสมของทอง 22 ส่วนต่อ 24 มีค่าเท่ากับทอง 22K ดังนั้นยิ่งจำนวนกะรัตมากก็ยิ่งบ่งบอกว่ามีส่วนผสมของทองมากตาม แต่อย่าลืมว่าทองคำมีค่าสูงสุดที่24กะรัตเท่านั้น หากอยากรู้ว่าทองที่มีอยู่มีเนื้อทองผสมอยู่มากเท่าไหร่ทำได้ด้วยการคูณ 4.1666 กับค่ากะรัต เช่น 22*4.1666 เท่ากับ 91.6% ในบางครั้งก็มีการบอกค่าความบริสุทธิ์เป็นอัตราส่วนต่อ1000เช่นกัน การบอกความบริสุทธิ์แบบนี้มักถูกตีตราบนทองด้วยเลขสามหลัก เช่น 585 750 และ916 ถ้าสังเกตดูดี ๆ เราจะพบว่าเลขทั้งสามตัวนี้มีค่าเท่ากับ 14k 18k และ22k นั่นเอง โดยสรุปแล้วคำว่าทองเคที่เราเคยได้ยินกันจึงหมายถึงโลหะที่ผสมทองคำแท้


ตราประทับของเงิน ไขข้อข้องใจเงิน 925

เงินจะไม่มีการใช้หน่วยกะรัตเหมือนทอง แต่จะใช้การเทียบอัตราส่วนต่อ1000 โดยที่มีการตีตราเป็นเลขสามหลักเช่นเดียวกับทอง เช่น 800 925 958 และ999 เงินที่ตีตรา925 หรือก็คือเนื้อโลหะที่มีเงินผสม92.5%เป็นที่นิยมมากที่สุดและเป็นสัดส่วนที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกอีกด้วยว่าเป็นเงินแท้ เงินชนิดนี้ถูกเรียกด้วยชื่อเฉพาะว่าเงินสเตอร์ลิง(Sterling silver) มักถูกใช้ทำเป็นเครื่องประดับ เนื่องจากเงินบริสุทธิ์999.99 มีความนิ่มและอ่อนตัวจึงขึ้นรูปได้ยากไม่เหมาะกับการทำเครื่องประดับนั้นเอง นอกเหนือจากเงิน925แล้ว เงินอีกชนิดที่สามารถทำเป็นเครื่องประดับคือเงิน958หรือเงินบริแทนเนีย(Britannia silver) ในบางครั้งเงินชนิดนี้มีการตีตราเป็นรูปเทพีบริแทนเนีย เทพีผู้ทรงสามง่ามและโล่ เพื่อแสดงความเป็นเงิน958แทนการตีตราตัวเลข


2.ความคงทนและโลหะผสม

เงินและทองต่างก็เป็นโลหะมีค่าที่คนนิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ โลหะทั้งคู่มีคุณสมบัติที่ต่างกัน แต่เครื่องประดับเงินและทองจำเป็นจะต้องมีโลหะอื่นผสมอยู่เสมอเพื่อเพิ่มความคงทนให้กับตัวโลหะให้มากพอที่จะสวมใส่ได้

ทองมีความทนทานต่อการขีดข่วนมากกว่าและจะไม่หมองลงเหมือนอย่างเงิน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับโลหะอื่น ๆ ที่ผสมลงไปในเนื้อทองด้วยว่าเป็นโลหะชนิดใด


โลหะผสมของเครื่องประดับทอง

โลหะผสมหรืออัลลอย เป็นชื่อเรียกโลหะที่ผสมกับเนื้อทอง โลหะเหล่านี้นอกจากจะมีผลต่อความคงทนต่อเครื่องประดับแล้ว ยังทำให้ทองมีเฉดสีที่ต่างกันออกไปด้วย โดยทั่วไปแล้วมักจะใช้เป็นทอง 14kและ18k
Yellow gold: สีเหลืองเป็นสีปกติของทองคำอยู่แล้ว โลหะที่ผสมจึงเป็นทองแดงและเงิน ยิ่งมีส่วนผสมของทองคำมาก เนื้อโลหะก็จะยิ่งมีสีทองสวยแต่ก็จะมีความคงทนที่น้อยลงตามส่วนผสมของทอง
White gold: ทองคำขาวเป็นโลหะเนื้อขาวที่มีเฉดสีเหลืองเล็กน้อย มักใช้โลหะเนื้อสีขาวเช่น เงิน พาลาเดียม หรือนิกเกิล ทองชนิดนี้มีความคงทนมากกว่า yellow gold ส่วนผสมของทองคำขาวมีข้อเสียคือ ถ้าใช้ส่วนผสมเป็นนิกเกิลทอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ถ้าใช้พาลาเดียมราคาจะสูงมากแต่จะไม่มีปัญหาเรื่องแพ้
Rose gold: อีกชื่อที่เรียกกันคือ Russian gold เป็นทองที่มีโทนสีชมพู โลหะที่ผสมเป็นทองแดงและเงิน โดยที่ทองแดงจะมีอัตราส่วนผสมที่มากกว่าจึงทำให้ออกโทนสีแดง ทองชนิดนี้มีความคงทนสูงที่สุด


โลหะผสมของเครื่องประดับเงิน

เครื่องประดับเงินส่วนมาก เช่นเงินสเตอร์ลิงมักจะทำจากเงินผสมกับทองแดง แต่การผสมทองแดงมักจะทำให้เงินหมองง่ายกว่าเงินแท้ ดังนั้นเครื่องประดับเงินอาจจะมีการผสมโลหะชนิดอื่น ๆ เช่น สังกะสี แพลตินัม เจอร์เมเนียม ซิลิกอน และโบรอน การผสมโลหะเหล่านี้ก็สามารถทำให้เครื่องเงินคงทนและหมองได้ยากขึ้น

ถึงตรงนี้เราคงได้เห็นความแตกต่างของเงินและทอง ทั้งในเรื่องความบริสุทธิ์และความคงทน หลาย ๆ คนคงตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าเครื่องประดับเนื้อโลหะแบบไหนที่เหมาะสำหรับความต้องการของคุณ แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน AVALON ก็มีเครื่องประดับที่ทำจากจากหลากหลายวัสดุคุณภาพดีให้คุณได้เลือกสรรค์ และ AVALON ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องประดับที่พร้อมจะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกและดูแลเครื่องประดับสำหรับคุณอีกด้วย